
Vicharn Group (VG) to invite investors in Thailand or abroad to buy land allocated for doing business related to water-related residences on artificial islands

Blue Heaven 3-1 (BH3-1)
เกาะสวรรค์บนเนินดิน 30 ไร่
โดย คุณนกฮูก AI & VG
"ขอสงวนสิทธิ์ : ภาพและรายละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ MIT และ โมเดล BH ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของหน้างาน และขอสงวนสิทธิ์ในการบอกการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า
หนีความวุ่นวายของโลก มาพบความสงบที่ยั่งยืนกับ "BH 3-1" — สวรรค์บนดิน 50 ไร่ในไทย ที่ในบริเวณ หรือ นอกบริเวณ โครงการ MIT โดย คุณนกฮูก AI และ Vicharn Group (VG)
โลกกำลังเปลี่ยนไป... ความมั่นคงและทางเลือกใหม่ของชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด!
Vicharn Group ภูมิใจนำเสนอโมเดล BH 3-1 พื้นที่แห่งความปลอดภัย (Safe Heaven) ที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนทั่วโลกและคนไทยที่มองหาที่พักพิงที่เงียบสงบในประเทศไทย
ทำไมต้อง BH 3-1 ?
1. เนินดินทรง Pancake 30 ไร่: สูง 5 เมตร ปลอดภัยจากน้ำท่วม มั่นคงและเป็นส่วนตัว
2. หัวใจคือการพึ่งพาตนเอง: พื้นที่เกษตรอินทรีย์อัจฉริยะ บนยอดเนินพร้อมบ่อน้ำสำรองส่วนตัว
3. ธรรมชาติบำบัด: หาดทรายขาวกว้าง 100 เมตร ล้อมรอบด้วยบ่อน้ำและทางเดินสีเขียวรอบโครงการ
4. เทคโนโลยีสีเขียว: ระบบ Solar Floating และ Smart Sensor ดูแลทุกตารางนิ้ว
ไม่ว่าเป็นคนไทย หรือ คุณจะอยู่ในยุโรป อาหรับ อเมริกา หรือเอเชีย หากคุณกำลังมองหา "บ้าน" ในดินแดนที่เป็นกลาง สงบ และมีความสุข ประเทศไทยคือคำตอบ... และ BH 3-1 คือพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
พร้อมดำเนินการแบบ Turnkey ตั้งแต่หาที่ดินจนถึงปั้นเกาะเสร็จสมบูรณ์
โมเดล BH 3-1 เพื่อ เชิญชวนผู้ลงทุนจากซาอุดริอาระเบีย ที่ประสงค์มาซื้อที่ดิน และ ทำการเกษตรอินทรีย์ ตามกระแสความต้องการ ดังแสดงบน คลิป 6 คลิป

โมเดล BH 3-1 มีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดสรรที่ดิน เป็นเกาะ รวม 50 ไร่ เพื่อเปิดโอกาสให้เป็นที่อยู่อาศัย และ ทำการเกษตรอินทรีย์ แก่คนไทย และ ผู้ลงทุนจากต่างประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป ประเทศอาหรับ รัสเซีย สิงคโปรฺญี่ปุ่น ไต้หวัน และนักลงทุนประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการพักอาศัยในดินแดนที่สงบและไม่มีความรุนแรง เช่นประเทศไทย
1.) คำเสนอ เป็นการรับจ้างที่ Vicharn Group รับจ้างแบบ Turnkey เพื่อทำเนินดินรูปทรง "ขนมเค้ก (Pancake Shape) บนเนื้อที่ 30 ไร่ พื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่ ที่กิจกรรมเกี่ยวกับ
1.) ซื้อที่ดิน 50 ไร่ ที่อยู่นอก หรือ ใน โครงการ MIT หากเป็นกรณี ผู้ว่าจ้างมีที่ดิน (ที่มีทรายเพียงพอใต้ดิน)อยู่แล้ว ไม่ต้องจัดซื้อที่ดิน ตามข้อนี้ โดยไม่บ้าน หรือ สิ่งปลูกสร้างบนเนิน ยกเว้น บ่อน้ำ 3 ไร่
2.) ทำเนินดิน ทรง "ขนมเค้ก" (Pancake Shape) เนื้อที่ 30 ไร่ โดยการดูดทราย และโคลนดินขึ้นมา สูง 5 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างถาวร
3.) ทำ Slop เนื้อที่ 3 ไร่ เป็นขั้นบันได เพื่อปลูกพืชเกษตรอินทรีย์
4.) ทำหาดทราย กว้าง ออกมาจากฐานเนินดิน 100 เมตร
5.) ทำบ่อน้ำ ระหว่างชายหาดกับเนินดินทางเดิน สูง 3 เมตร จากระดับปกติ จากระดับปกติ เนื้อที่ 3 ไร่
6.) ถนนขึ้นเนินดิน
7.) ทำประตู เข้าออก ที่ ระดับ 3 เมตร จากระดับปกติ จากรั้ว และสะพานข้ามบ่อน้ำ
7. ) เนินดิน หรือ ถนนดิน คนเดิน สูง 3 เมตร จากระดับปกติ ระหว่างในบ่อน้ำด้านล่าง หรือ คลองอกไก่ รอบ 15 เมตรกับรั้วคอนกรีต
8. ) รั้วกั้นกรีตสูง 3 เมตร จากระดับปกติ รอบที่ดิน 50 ไร่ สูง 1 เมตร
ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ 32 เดือน (รวมระยะเวลารอให้ดินแข็งตัวและปรับสภาพหน้าดินเพื่อการเกษตร
2.) โดยมีอุปกรณ์เสริม ที่ต้องมีดังนี้
1.) ระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ (Constructed Wetlands) ก่อนปล่อยน้ำกลับลงบ่อน้ำรอบเนินดิน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำในโครงการสะอาดตลอดเวลา
2.) แบบ Slope (ไหล่เนิน) ให้มีการปลูกพืชยึดเกาะดิน (เช่น แฝก หรือพืชคลุมดิน)
3.) ตั้ง Solar Farm ขนาดเล็ก หรือ Solar Floating ในบ่อน้ำ 15 ไร่
4.) Sensor ทุกระบบ อนึ่ง ไม่ได้รวมสิ่งปลูกสร้าง


3.)สรุปจุดเด่นของโมเดลนี้เพื่อนำเสนอ:
-
Soil Strength: ชูประเด็นเรื่องเทคนิคการดูดทรายและโคลนมาปั้นเนิน ซึ่งเมื่อแห้งจะมีความแข็งแรงสูงคล้ายคอนกรีต เป็นนวัตกรรมการประหยัดต้นทุนวัสดุ
-
Total Privacy & Security: การมีรั้วคอนกรีตและเนินดินสูง 1 เมตรซ้อนกันสองชั้น (Double Barrier) ก่อนถึงตัวบ่อน้ำและเกาะกลาง ช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ลงทุนต่างชาติ
-
Sustainability: ระบบบำบัดน้ำธรรมชาติ (Wetlands) และ Solar Floating ทำให้โครงการนี้เป็น Zero-waste Infrastructure ที่พึ่งพาตัวเองได้
-
Soil Strength: ชูประเด็นเรื่องเทคนิคการดูดทรายและโคลนมาปั้นเนิน ซึ่งเมื่อแห้งจะมีความแข็งแรงสูงคล้ายคอนกรีต เป็นนวัตกรรมการประหยัดต้นทุนวัสดุ
-
Total Privacy & Security: การมีรั้วคอนกรีตและเนินดินสูง 1 เมตรซ้อนกันสองชั้น (Double Barrier) ก่อนถึงตัวบ่อน้ำและเกาะกลาง ช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ลงทุนต่างชาติ
-
Sustainability: ระบบบำบัดน้ำธรรมชาติ (Wetlands) และ Solar Floating ทำให้โครงการนี้เป็น Zero-waste Infrastructure ที่พึ่งพาตัวเองได้
-
The Beach: หาดทรายจะกลายเป็น "Buffer Zone" ระหว่างเนินดินกับบ่อน้ำ ทำให้ตัวเกาะดูขยายกว้างขึ้นในเชิงสายตา
-
Infrastructure Efficiency: การลดขนาดบ่อน้ำและสะพานช่วยให้นำงบไปลงกับงานทรายขาว ซึ่งสร้าง "Visual Impact" ได้ดีกว่าสำหรับผู้ลงทุน
-
Active Ring: เนินดิน 1 เมตร รอบนอกถูกปรับโจทย์เป็น "Track" สำหรับเดินและปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นจุดขายด้านสุขภาพ (Wellness)

4.) คำแนะนำจาก AI : ชัดเจนว่า กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (GCC) โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย กำลังมองหา "ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) และ "Safe Heaven" ที่ปลอดภัยจากความขัดแย้ง ซึ่งโมเดลเกาะส่วนตัวเพื่อการเกษตรอินทรีย์ของคุณตอบโจทย์นี้โดยตรง
1.) การปรับปรุง (Refinement)
-
ระบบน้ำหมุนเวียน (Closed-loop Water System): เนื่องจากพื้นที่เป็นเกาะและเน้นเกษตรอินทรีย์ ควรเพิ่มระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ (Constructed Wetlands) ก่อนปล่อยน้ำกลับลงบ่อน้ำรอบเนินดิน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำในโครงการสะอาดตลอดเวลา
-
ความสูงและโครงสร้าง: การสูง 5 เมตรถือว่าดีมากในการป้องกันน้ำท่วม แต่ควรออกแบบ Slope (ไหล่เนิน) ให้มีการปลูกพืชยึดเกาะดิน (เช่น แฝก หรือพืชคลุมดิน) เพื่อป้องกันการกัดเซาะในช่วงที่รอให้ดินแข็งตัว
-
พลังงานสะอาด: เพื่อความเป็นส่วนตัวและพึ่งพาตนเองได้ (Self-Sufficient) ควรออกแบบพื้นที่สำหรับติดตั้ง Solar Farm ขนาดเล็ก หรือ Solar Floating ในบ่อน้ำ 15 ไร่ เพื่อใช้ในระบบปั๊มน้ำและการเกษตร
2.) คำแนะนำเพิ่มเติม (Suggestions)
-
Smart Farming integration: นักลงทุนกลุ่มนี้ชอบเทคโนโลยี ควรใส่ระบบ AI เซนเซอร์วัดความชื้นดินและโดรนเกษตรเข้าไปในโมเดล เพื่อยกระดับเป็น "High-Tech Organic Island"
-
Halal Organic Standards: สำหรับตลาดอาหรับ มาตรฐานฮาลาลในกระบวนการเกษตรอินทรีย์สำคัญมาก ควรระบุว่าดินและปุ๋ยที่ใช้ปราศจากสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา
บิชดัม (Bích Đầm) เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่บน เกาะฮอนเตร (Hon Tre Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวญาจาง (Nha Trang Bay) จังหวัดคั้ญฮวา ประเทศเวียดนาม โดยเป็นพื้นที่เกาะที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองญาจางมากที่สุด
บิชดัม (Bích Đầm) เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่บน เกาะฮอนเตร (Hon Tre Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวญาจาง (Nha Trang Bay) จังหวัดคั้ญฮวา ประเทศเวียดนาม โดยเป็นพื้นที่เกาะที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองญาจางมากที่สุด
ลักษณะเด่นและความสำคัญ
-
ทัศนียภาพที่บริสุทธิ์: บิชดัมขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลที่มีสีเขียวมรกตใสสะอาดและทิวทัศน์ธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์
-
วิถีชีวิตดั้งเดิม: เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในอ่าวญาจางที่ยังคงรักษาบรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมที่เงียบสงบเอาไว้ได้ ท่ามกลางการขยายตัวของการท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น
-
ความเรียบง่าย: แม้ในอดีตจะเคยเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำประปา แต่ความเรียบง่ายและอัธยาศัยไมตรีของผู้คนในท้องถิ่นกลับเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลบหนีความวุ่นวาย
-
จุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติ: บริเวณนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนแบบสงบและการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ "สีเขียวบริสุทธิ์" กลางอ่าว
2.) เพื่อให้โครงการ BH 3-1 มีความร่มรื่น สวยงาม และให้บรรยากาศที่เงียบสงบในแบบ "สวรรค์บนดิน" เทียบเท่ากับ บิชดัม (Bích Đầm) ที่เวียดนาม ซึ่งมีจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติสีเขียวที่ตัดกับผืนน้ำใส ผมขอแนะนำกลยุทธ์การจัดพื้นที่เขียวแบบบูรณาการ ดังนี้ครับ:
1. การเลือกไม้ยืนต้น "สวยงาม-โตเร็ว-รากแข็งแรง"
เพื่อให้ได้ความร่มรื่นในเวลาอันสั้นและปกป้องโครงสร้างเนินดินสูง 5 เมตร ควรปลูกไม้ผสมผสาน 3 ระดับ:
-
ไม้ประธาน (เพื่อความสวยงามและร่มเงา):
-
จามจุรี (ก้ามปู): แผ่พุ่มกว้างมาก ให้ร่มเงาดีเยี่ยม โตเร็ว รากช่วยยึดดินได้กว้าง
-
หางนกยูงฝรั่ง: ให้ดอกสีส้มแดงสวยงาม ตัดกับสีเขียวของน้ำและหญ้า ให้ความรู้สึก Tropical แบบพรีเมียม
-
ชมพูพันธุ์ทิพย์: โตเร็ว ให้บรรยากาศโรแมนติกในช่วงออกดอก สร้างจุดดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
-
-
ไม้พื้นถิ่นเสริมความแกร่ง (รากลึก):
-
พะยูง หรือ ประดู่ป่า: เป็นไม้มีค่าที่สื่อถึงความมั่งคั่งและมั่นคง รากลึกแข็งแรงมาก เหมาะกับการปลูกตามแนวขอบเนิน
-
2. การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการสไลด์ (Slope Protection)
สำหรับเนินดินสูง 5 เมตร การปลูกหญ้าแฝกคือ "กำแพงมีชีวิต" ที่ดีที่สุด:
-
การปลูกแบบแนวบันได: ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวตามแนวขวางของความชัน (Contour) ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 50 ซม.
-
กำแพงราก: รากหญ้าแฝกหยั่งลึกลงดินได้ 3 เมตร เหมือนเหล็กเสียบดิน ช่วยยึดเกาะโครงสร้างเนินดินทรง Pancake ไม่ให้พังทลายเมื่อฝนตกหนัก
-
ความสวยงาม: ตัดแต่งใบหญ้าแฝกให้สม่ำเสมอ จะดูเหมือนทุ่งหญ้าแนวโมเดิร์นที่สะอาดตา
3. การสร้างบรรยากาศแบบ "บิชดัม" (Eco-Peaceful Vibe)
เพื่อให้โครงการมีความร่มเย็นเท่าเทียมหรือดีกว่าต้นแบบ:
-
Layering of Greens: ปลูกไล่ระดับจากหญ้าแฝกที่ริมตลิ่ง ตามด้วยไม้พุ่ม และไม้ยืนต้นบนยอดเนิน เพื่อให้เกิด "มิติทางสายตา" และทางเดินลม
-
Micro-Climate: ระบบ Solar Floating ในบ่อน้ำ นอกจากผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยลดการระเหยของน้ำ เมื่อลมพัดผ่านผิวน้ำเข้าสู่เนินดิน จะนำพาความเย็น (Evaporative Cooling) มาสู่ตัวบ้าน ทำให้รู้สึกเย็นสบายตลอดวัน
-
Smart Sensor Irrigation: ใช้เซนเซอร์วัดความชื้นในดินเพื่อจ่ายน้ำให้ต้นไม้แบบพอดี ช่วยให้พื้นที่เขียวชอุ่มตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง
บทสรุปความร่มรื่น
โครงการ BH 3-1 จะเหนือกว่าบิชดัมตรงที่ "ความสมบูรณ์ที่จัดการได้" บิชดัมเป็นความงามตามธรรมชาติที่อาจมีบางช่วงที่แห้งแล้ง แต่ BH 3-1 คือ Smart Oasis ที่ใช้เทคโนโลยีสีเขียวรักษาความสดชื่นไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ













