top of page

GEOTHERMAL SMART CITY

ที่ดินบ่อน้ำร้อน

ศักยภาพเชิงพาณิชย์ของพลังงานความร้อนใต้พิภพ

เมืองอัจฉริยะพลังงานความร้อนใต้พิภพ

"ขอสงวนสิทธิ์  : ภาพและรายละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ MIT และ โมเดล BH  ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของหน้างาน และขอสงวนสิทธิ์ในการบอกการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า

Short Cut
1 Video

​1.) ที่ดินบ่อน้ำร้อน และ เมืองอัจฉริยะพลังงานความร้อนใต้พิภพ GEOTHERMAL SMART CITY

​2.) จากรายงานสรุปสำคัญจากเอกสารงานวิจัย Geothermal ภาคใต้ไทยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปี คศ.2023

The SUN Academy (TSA) ภูมิใจนำเสนอ ที่ดินบ่อน้ำร้อน และ เมืองอัจฉริยะพลังงานความร้อนใต้พิภพ GEOTHERMAL SMART CITY 

โดยจากข้อมูลจาก Thailand Geothermal Moonshot
ตามหัวข้อ 1. พลังงานใต้ดิน...โอกาสของไทย
2. Geothermal หรือ พลังงานความร้อนใต้พิภพดีต่อประเทศไทยอย่างไร
3. น้ำพุร้อนมากกว่า 112 แห่งทั่วประเทศ

ขยายความ 1 ไทยมี พลังงานใต้ดิน จริง
น้ำพุร้อนมากกว่า 112 แห่ง กระจายทั่วภาคเหนือและภาคตะวันตก
ข้อมูลหลุมเจาะน้ำมัน-ก๊าซ มีหลาย พันหลุมทั่วประเทศ บ่งชี้ว่าใต้ดินไทยมีความร้อนอยู่จริง

ขยายความ 2 จุดเด่นของ Geothermal
24 ขีด 7 ผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันไม่เหมือน Solar ที่ผลิตได้เฉพาะกลางวัน
เป็นพลังงานสะอาด ลดการนำเข้าก๊าซ LNG และลดความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลกผันผวน
เหมาะกับ Data Center และ AI และ โรงงาน เพราะต้องใช้ไฟ ตลอดเวลาและไม่สะดุด
ไทยมีคนและเทคโนโลยีพร้อม วิศวกรเจาะ นักธรณีวิทยา และบุคลากร น้ำมันและก๊าซ ต่อยอดสู่ Geothermal ได้ทันที
พลังงานสะอาด มั่นคง ยั่งยืน ผลิตได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน

ขยายความ 3 ไม่ได้มีดีแค่ ผลิตไฟ
ประโยชน์ความร้อนใต้พิภพใช้ได้หลากหลาย หรือ Cascade Use
1.ระบบทำความเย็นและห้องเย็น
2 เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
3 อบแห้งผลผลิตเกษตร
4. สปาและท่องเที่ยวสุขภาพ
5. ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม
ใช้พลังงานได้คุ้มทุกองศา หรือ Cascade Use

ขยายความ 4 แนวทางที่เหมาะกับไทย
เริ่มจากโครงการเล็ก 1ถึง 5 เมกะวัตต์ ตามแหล่งน้ำพุร้อนก่อน แล้วค่อยพัฒนาไปสู่ จีโอเทมอล ขนาดใหญ่ในอนาคต
1 ถึง 5 เมกะวัตต์ เริ่มจากเล็ก ขยายสู่โครงการใหญ่ในอนาคต
ไม่ต้องกระโดดไปโครงการใหญ่ทันที โดย เริ่มจากเล็ก พิสูจน์เร็ว ขยายลึก

ขยายความ 5 หลายประเทศกำลังเร่งเดินหน้า เช่น
สหรัฐ มีกฎหมายและนโยบายสนับสนุน Geothermal อย่างจริงจัง
อินเดีย ผลักดัน Geothermal เป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานชาติ
เม็กซิโก ผู้นำด้าน Geothermal ระดับโลก

ข้อความสรุป บางทีประเทศไทยอาจถึงเวลาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังเช่นกัน เพราะพลังงานสะอาดแบบ 24 / 7
อาจเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุค AI และ Data Center ในอนาคต ของประเทศไทย

ข้อความเพิ่มเติม Vicharn Group และ ทีมคณะที่ปรึกษาด้านธรณีวิทยา https://aphichaphuttakaya.wixsite.com/2496/management-team#vicharngroup และ ด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพ https://aphichaphuttakaya.wixsite.com/2496/management-team#hydrology พร้อมนำศักยภาพ ประสบการณ์ ความรอบรู้ ที่มีมากว่า 50 ปี และนำ AI นำเข้ามาสู่การนำพลังงานใต้พิภพขึ้นมาใช้ในโครงการ MIT ที่ได้ขอเชิญชวนผู้ลงทุนใหญ่หรือผู้ลงทุนย่อย มาลงทุน หรือแก่ผู้สนใจนอกโครงการ MIT

1 Hot Water

​1.) เปิดโครงการ M4 M5 M6 M9 โครงการบนที่มีน้ำพุร้อนรวม ใน เพชรบูรณ์ ระนอง ราชบุรี ลำตะคอง

2.) Vicharn Group ใคร่ขอถือโอกาส Kick off เปิดโครงการ Project M 4, M5, M6,M9 ในวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2567 ตรงกับวันธงชัย

 

สำหรับเปิดโครงการบนพื้นดิน ที่มีน้ำพุร้อนรวม 4 โครงการ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัด เพชรบูรณ์ ระนอง ราชบุรี และ ลำตะตอง ปากช่อง นครราชสีมา โดยกำหนดเป็น โครงการ M4 เพชรบูรณ์ , โครงการ M5 ระนอง โครงการ M6 ราชบุรี  และโครงการ M9 ลำตะคอง ปากช่อง นครราชสีมา

 

หากมีผู้ลงทุนเสนอความต้องการในพื้นที่ใด Vicharn Group จะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจหาปริมาณและคุณภาพของน้ำพุร้อนใต้ดินในบริเวณจังหวัด ใน 5 จังหวัดนั้น

 

เพื่อ เป็นการสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน และการตัดสินใจลงทุน โดยนักลงทุนจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ให้ Vicharn Group เมื่อผู้ลงทุนเห็นควรลงทุน ตามผลการสำรวจ ผู้ลงทุน จึงค่อย จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินเปล่า ๆ หรือ ซื้อที่ดินและทำโครงการย่อย กับ Vicharn Group ต่อไป

 

อนึ่ง Project M 4, M5, M6,M9 มีจุดขาย คือ มีน้ำพุร้อน เพื่อสนองหรือตอบโจทย์นักลงทุนชาวไทย ชาวญี่ปุ่น และ ตะวันออกกลาง เพื่อทำ Resort หรือ บ้านพักคนชราชาวญี่ปุ่น และ ชาวตะวันออกกลาง และเพื่อสร้างภูเทียมฟ้าบนเกาะเทียม ที่มีน้ำพุร้อนในบ่อน้ำสาธารณะ และน้ำไม่ท่วมอย่างถาวร หรือ ห้องแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นในที่พัก หรือ ผู้ลงทุนด้าน Wellness

 

ในปัจจุบัน มีบ่อน้ำพุร้อน 112 แห่ง ใน 25 จังหวัด อ้างถึงจากข้อมูลของ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ่ http://www2.dede.go.th/geothermal_gis/website/main_11.htm

 

และ คลิป รวมน้ำพุในไทย รวม 23 คลิป https://www.youtube.com/watch?v=f99qHpir7mM&list=PLschAZB_Q5Wf44LF3KVAPIeanz9qXBTuD&index=2 และ ประโยชน์ของ

 

น้ำพุร้อน รวม 8 คลิป https://www.youtube.com/watch?v=GpAcu_774Qw&list=PLschAZB_Q5WdGCvqOxtWhXEMPYY3yPGHP2

 

นี้แหละ เมืองไทยน่าอยู่ และ มีทรัพย์ใต้ดินมากมาย  และ ท้ายนี้ ขอแจงโครงการทั้งหมด ของ Vicharn Group(VG) ดังนี้ 1.) โครงการ M1บางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพ 2.) โครงการ M2 บางปะกง ฉะเชิงเทรา 3) โครงการ M3 บางบาล อยุธยา 4.)โครงการ M4 เพชรบูรณ์ 5.)โครงการ M5 ระนอง 6.) โครงการ M6 ราชบุรี 7.) โครงการ M7 บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์ 8.) โครงการ M9 ลำตะคอง ปากช่อง นครราชสีมาแสดงบน 1.) Website : https://dulyawatphuttakaya.wixsite.com/my-site-3/private-island #น้ำพุร้อน

4.jpg
3 112 Hot Springs

3.) ปัจจุบัน ในไทยมีบ่อนำพุร้อนมากว่า 112 แห่ง ใน 25 จังหวัด จากข้อมูลของ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www2.dede.go.th/geothermal_gis/website/main_11.htm

 Vicharn Group จะ เริ่ม Kick off ในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ตรงกับวันธงชัย สำหรับเปิดดินแดนที่มีน้ำพุร้อน กับโครงการ M4 เพชรบูรณ์ , โครงการ M5 ระนอง และ โครงการ M6 ราชบุรี ที่มีจุดขายคือ มีน้ำพุร้อน เพื่อสนองหรือตอบโจทย์นักลงทุนญี่ปุ่น และ ตะวันออกกลาง เพื่อทำ Resort หรือ บ้านพักคนชราชาวญี่ปุ่น และ ชาวตะวันออกกลาง และเพื่อสร้างภูเทียมฟ้าบนเกาะเทียม ที่มีน้ำพุร้อนในบ่อน้ำสาธารณะ หรือ ห้องแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นในที่พัก

4-6.jpg
4 MIT Tables

4.) The assessment of geothermal energy potential and natural hot springs in all 11 project areas is for the purpose of planning and proposing to investors. It includes in-depth geological information categorized according to actual commercial potential.

1-1-vert.jpg
5 Investor Summary

5.) 🔍 สรุปวิเคราะห์เพื่อการนำเสนอผู้ลงทุน (Investor Insights)

 

1. กลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุด (Tier 1 - แนะนำให้เป็นเรือธงในการเสนอขาย)

  • ระนอง, ราชบุรี, สตูล: เป็น 3 พื้นที่ที่มี [Geothermal] และแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติของจริง อุณหภูมิน้ำผุดจากผิวดินอยู่ในเกณฑ์สูง (45 - 70 องศาเซลเซียส) มีปริมาณมากพอในเชิงพาณิชย์ 100% โดยไม่ต้องขุดเจาะลึกมหาศาล สามารถดึงน้ำแร่บริสุทธิ์มาทำเรียวกังออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น หรือสปาหรูรับชาวต่างชาติได้ทันทีโดยชูจุดขาย "Real Natural Hot Spring" [1, 2, 3, 4, 5]

 

2. กลุ่มพื้นที่แถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล (บางขุนเทียน, บางปะกง, อยุธยา)

  • พื้นที่กลุ่มนี้ตามโครงสร้างธรณีวิทยา ไม่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ และโอกาสเจอพลังงานความร้อนต่ำ เนื่องจากเป็นแอ่งตะกอนหนา แต่ในเชิงพาณิชย์สามารถชดเชยได้ด้วย "ความคุ้มค่าด้านทำเล" ยอดพักอาศัยของชาวญี่ปุ่น (Expat) และนักท่องเที่ยวจะสูงมาก หากจะทำออนเซ็นในโครงการเหล่านี้ แนะนำให้ใช้เทคโนโลยี [Geothermal Heat Pumps] ระดับตื้นร่วมกับระบบทำความร้อนและเติมแร่ธาตุนำเข้า (Artificial Onsen) เพื่อจำลองบรรยากาศแทนครับ [1, 2]

 

3. ความลึกทางธรณีวิทยา

  • ในจุดที่มีน้ำพุร้อน ([ระนอง, ราชบุรี, สตูล]) น้ำร้อนไหลขึ้นมาตามรอยแตกของหินแกรนิตใต้ดินอยู่แล้ว ทำให้เจาะบ่อลึกเพียง 40 - 100 เมตร ก็สามารถสูบน้ำร้อนปริมาณมหาศาลขึ้นมาใช้ได้ แต่หากเป็นพื้นที่ที่ไม่มีรอยเลื่อนเด่นชัด อาจต้องเจาะลึกมากกว่า 1,000 - 2,000 เมตร ซึ่งอาจไม่คุ้มทุนในเชิงพาณิชย์หากตั้งใจจะขุดเพื่อเอาน้ำร้อนเพียงอย่างเดียว

  ตาม เอกสารการวิจัย Preliminary Play Fairway Analysis of Geothermal Resources in Southern Thailand   และ https://www.thaiscience.info/Journals/Article/CMJS/10990598.pdf 

6 M5 6 11

6.) 👑 THE GOLDEN TRIANGLE OF GEOTHERMAL WELLNESS

 

“Unlocking Thailand’s Top 3 Natural Hot Spring Assets for Premium Global Investment”

 

 

📍 1. RANONG: The Flagship Capital of Natural Onsen

 

“The 'Beppu of Thailand' – Pure, Abundant, and Unrivaled Thermal Power”

  • The Ultimate Highlight: แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีศักยภาพสูงสุดของประเทศไทย น้ำแร่บริสุทธิ์ปราศจากกลิ่นกำมะถันฉุน อุณหภูมิผิวดินสูงถึง 65°C – 70°C โครงสร้างชั้นหินแกรนิตระดับตื้น (0-100 เมตร) การันตีปริมาณน้ำแร่มหาศาลในเชิงพาณิชย์

  • Investor Attraction:

    • For Japanese Investors: เหมาะที่สุดสำหรับการสร้าง Premium Ryokan & Authentic Onsen ระดับไฮเอนด์เพื่อรองรับกลุ่ม Expat และผู้บริหารชาวญี่ปุ่น

    • For Western/Middle Eastern Investors: พัฒนาสู่ Medical Wellness Retreat โรงพยาบาลบำบัดสุขภาพระดับนานาชาติ ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism)

 

 

📍 2. RATCHABURI: The Strategic Gateway to Wellness

 

“Luxury Thermal Eco-Resort – Just 2 Hours from Bangkok”

  • The Ultimate Highlight: ทำเลทองที่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด ครอบคลุมแนวเทือกเขาตะนาวศรี บ่อน้ำร้อนธรรมชาติอุณหภูมิ 45°C – 55°C ในระดับความลึกตื้นถึงปานกลาง (50-300 เมตร) เอื้อต่อการบริหารจัดการต้นทุนการเจาะระบบ (Low CAPEX)

  • Investor Attraction:

    • The Expat Weekend Getaway: เป็นทำเลเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้าง Weekend Thermal Spa Resort เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริหารต่างชาติและครอบครัวที่พำนักในกรุงเทพฯ ให้เข้ามาพักผ่อนในวันหยุดโดยไม่ต้องเดินทางไกล

    • Cascade Profit Model: มีศักยภาพสูงมากในการทำระบบ Cascade Use หมุนเวียนน้ำอุ่นไปใช้ในระบบปรับอากาศประหยัดพลังงาน เตาอบสปาหินร้อน และฟาร์มผักออร์แกนิกเสิร์ฟในโครงการ เพิ่มกำไร (ROI) รอบด้าน

 

 

📍 3. SATUN (Andaman Coast): The Global Eco-Luxury Destination

 

“Where UNESCO World Geopark Meets Natural Thermal Healing”

  • The Ultimate Highlight: ความลงตัวขั้นสูงสุดของธรรมชาติ ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนระนองตอนล่าง เจาะเจอน้ำแร่ร้อนธรรมชาติระดับตื้น ควบคู่ไปกับทำเลทองริมชายฝั่งอันดามัน และได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ อุทยานธรณีโลกของ UNESCO (UNESCO Global Geopark)

  • Investor Attraction:

    • For Middle Eastern & European High Net Worth Individuals (HNWIs): ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้ลงทุนกระเป๋าหนักชาวอาหรับและตะวันตกที่หลงใหลในความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ด้วยการสร้าง Eco-Luxury Thermal & Marine Villa ที่ผสมผสานสปาน้ำแร่ร้อนส่วนตัว (Private Thermal Pool) วิวป่าชายเลนและท้องทะเลอันดามัน

    • The ESG Advantage: การันตีภาพลักษณ์การลงทุนสายอนุรักษ์ความยั่งยืน (ESG) ระดับสากลด้วยตราประทับของ UNESCO ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Green Fund ได้ง่ายที่สุด

 

 

📈 Global Pitching Summary (ข้อความปิดท้ายสไลด์เพื่อปิดการขาย)

 

"We don't just sell real estate; we sell a lifetime of carbon-free, high-yielding wellness infrastructure. Powered by nature, certified by science, and tailored for global citizens."

7 Data

7.) ข้อมูลทางธรณีวิทยาของจังหวัด ระนอง และ สตูล ถือเป็นสองพื้นที่ที่มีโครงสร้างเปลือกโลกเอื้อต่อการเกิดพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) และแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูงที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย [0, 4] โดยมีรายละเอียดเชิงลึกแยกตามโครงสร้างธรณีวิทยาของแต่ละจังหวัด ดังนี้ครับ

 

 

🌋 1. ข้อมูลธรณีวิทยา จังหวัดระนอง (Ranong Geological Profile)

ระนองคือ "เมืองหลวงแห่งพลังงานความร้อนใต้พิภพของไทย" ด้วยลักษณะโครงสร้างหินและแนวรอยเลื่อนที่สมบูรณ์ที่สุด [4]

  • โครงสร้างรอยเลื่อนหลัก (Structural Fault System): ตั้งอยู่บน "รอยเลื่อนระนอง" (Ranong Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลังตามแนวระนาบขนาดใหญ่ (Major Strike-slip Fault) ที่ลากยาวผ่านภาคใต้ [0] รอยเลื่อนนี้ทำให้เปลือกโลกเกิดรอยแตกซลและช่องว่างในระดับลึก เป็นท่อนำน้ำร้อนและแรงดันจากใต้โลกขึ้นสู่ผิวดินโดยตรง [0]

  • หินฐานและแหล่งความร้อน (Heat Source & Bedrock): หินฐานรองรับในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น หินแกรนิตยุคครีเทเชียส (Cretaceous Granite) [0] ซึ่งหินแกรนิตประเภทนี้มีความพิเศษคือ มีการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีตามธรรมชาติสูง (Radioactive Elements: U, Th, K) [0] ทำให้สะสมความร้อนใต้ดินไว้มหาศาล ประกอบกับมีหินแปรและหินทรายที่มีค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) สูง คอยส่งผ่านพลังงานขึ้นสู่ด้านบน [0]

  • ลักษณะทางไฮโดรธรณีวิทยา (Hydrogeology): น้ำฝนและน้ำบาดาลไหลซึมลงไปในระดับลึกหลายกิโลเมตรผ่านรอยแตกของหินแกรนิต [0] เมื่อได้รับความร้อนจากหินลึก น้ำจะเกิดแรงดันต้มเดือดและไหลวนกลับขึ้นมาตามแนวรอยเลื่อนระนอง [0] กลายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำร้อนระดับตื้น (Shallow Reservoir) ทำให้ขุดเจาะง่ายที่ความลึกไม่เกิน 40-100 เมตร อุณหภูมิผิวดินสูงถึง 65°C - 70°C และน้ำแร่แกรนิตของระนองมีความบริสุทธิ์สูงมาก ไม่มีกลิ่นกำมะถันรุนแรง

 

 

🌊 2. ข้อมูลธรณีวิทยา จังหวัดสตูล (Satun Geological Profile)

สตูลเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรณีวิทยาระดับโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) มีลักษณะจำเพาะที่เป็นเอกลักษณ์:

  • โครงสร้างรอยเลื่อนหลัก (Structural Fault System): แม้จะอยู่ตอนล่างสุด แต่สตูลได้รับอิทธิพลจาก "รอยเลื่อนระนองตอนล่าง" (Lower Ranong Fault Branch) และรอยเลื่อนสาขาแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างนี้สร้างรอยแตกในหินฐานรากเปิดช่องทางให้น้ำหมุนเวียนความร้อนใต้ดินผุดขึ้นมาเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ (เช่น แหล่งน้ำพุร้อนทุ่งหว้า และบ่อน้ำร้อนอุทยานแห่งชาติทะเลบัน)

  • หินฐานและแหล่งความร้อน (Bedrock & Stratigraphy): โครงสร้างหินของสตูลมีความเก่าแก่และซับซ้อนมาก ประกอบด้วย หินปูนยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician Limestone) และหินแกรนิตยุคไทรแอสซิกถึงครีเทเชียส หินปูนในพื้นที่สตูลมีลักษณะเป็นโพรงและถ้ำใต้ดินจำนวนมาก (Karst Topography) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Excellent Aquifer Storage)

  • ลักษณะทางไฮโดรธรณีวิทยา (Hydrogeology): น้ำบาดาลสะสมตัวในโพรงหินปูนและไหลซึมผ่านรอยแตกไปสัมผัสกับมวลหินแกรนิตร้อนในระดับลึก [0] จากนั้นไหลย้อนกลับขึ้นมาตามรอยแตกหินปูน ทำให้น้ำแร่ร้อนของสตูลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ มีปริมาณแร่ธาตุแคลเซียมและคาร์บอนสูง อุณหภูมิผิวดินเฉลี่ยอยู่ที่ 40°C - 50°C ในระดับความลึกปานกลาง (100-500 เมตร) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสปาบำบัดรักษาสุขภาพและโรคผิวหนัง

 

 

📈 เปรียบเทียบจุดเด่นธรณีวิทยาเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ (Investor Summary)

  1. ระนอง (Ranong): เด่นเรื่อง "พลังงาน ความร้อนสูง และความบริสุทธิ์" เหมาะกับโครงการที่ต้องการใช้น้ำร้อนอุณหภูมิสูงแบบ Cascade Use ทันที (เช่น ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ + ระบบประหยัดพลังงานในรีสอร์ต)

  2. สตูล (Satun): เด่นเรื่อง "แร่ธาตุบำบัด และความน่าเชื่อถือระดับโลก (UNESCO)" เหมาะกับโครงการ Eco-Luxury Wellness ที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดยุโรปและอาหรับที่ชื่นชอบธรรมชาติ วารีบำบัด (Medical Spa) ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ข้อมูลธรณีวิทยาจากงานวิจัยสแตนฟอร์ด (2023) ยืนยันว่า ทั้งสองพื้นที่นี้มีอัตราความเสี่ยงในการขุดเจาะวืด (Drilling Risk) ต่ำมาก เนื่องจากมีรอยแตกและปริมาณน้ำบาดาลป้อนเข้าสู่ระบบตลอดเวลาครับ [0]

19-vert.jpg
21-vert.jpg
8 Stanford University

8.) รายงานสรุปและถอดความข้อมูลสำคัญจากเอกสารงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (2023) https://pangea.stanford.edu/ERE/db/GeoConf/papers/SGW/2023/Kongpet.pdf เรื่อง "การวิเคราะห์แนวโน้มศักยภาพทรัพยากรพลังงานความร้อนใต้พิภพเบื้องต้นในภาคใต้ของประเทศไทย" (Preliminary Play Fairway Analysis of Geothermal Resources in Southern Thailand) โดยสรุปเนื้อหาเชิงลึกแยกตามหัวข้อหลักเป็นภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจง่าย ดังนี้ครับ:

📑 1. บทคัดย่อ (Abstract)บริบทพื้นที่: ภาคใต้ของไทยเป็นพื้นที่ที่ไม่มีภูเขาไฟ (Non-volcanic area) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 70,000 ตารางกิโลเมตร แต่มีรายงานการพบแหล่งน้ำพุร้อนอุณหภูมิต่ำถึงปานกลางจำนวน 31 แห่งโครงสร้างธรณีวิทยา: พื้นที่นี้อยู่ห่างจากเขตมุดตัวของเปลือกโลกอันดามัน-สุมาตรา (Andaman-Sumatra Subduction Zone) ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 500 กิโลเมตร มีรอยเลื่อนมีพลังตามแนวระนาบขนาดใหญ่ 2 แหล่ง คือ รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งน้ำพุร้อนกว่าครึ่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนทั้งสองนี้วัตถุประสงค์: งานวิจัยนี้ใช้เทคนิค Play Fairway Analysis (PFA) เป็นครั้งแรกในไทย เพื่อประเมินหาพื้นที่ศักยภาพสูง โดยคำนวณจากองค์ประกอบหลัก 2 ส่วนคือ แหล่งความร้อน (Heat) และ ความสามารถในการซึมผ่านของชั้นหิน (Permeability)พื้นที่เป้าหมายสูงสุด: จากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ พบว่าจังหวัดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ (ทั้งการท่องเที่ยว การเกษตร และการผลิตไฟฟ้า) มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง, พังงา, สุราษฎร์ธานี และยะลา

🌍 2. บทนำและภูมิหลัง (Introduction & Background)เป้าหมายของประเทศ: รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน 40% ภายในปี 2030, บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2065 พลังงานความร้อนใต้พิภพจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญโรงไฟฟ้าต้นแบบ: ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพแห่งแรกอยู่ที่ อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ (กําลังการผลิต 0.3 เมกะวัตต์ อุณหภูมิน้ำใต้ดินอยู่ที่ 130 องศาเซลเซียส) นอกจากผลิตไฟแล้ว น้ำร้อนส่วนเกินยังนำไปใช้อบแห้งพืชผลทางการเกษตร (หอม, กระเทียม, ลำไย, พริก) และบริการน้ำแร่เพื่อสุขภาพข้อมูลภาคใต้: แม้ภาคใต้จะไม่มีภูเขาไฟ แต่น้ำพุร้อนทั้ง 31 แห่งมีอุณหภูมิผิวดินอยู่ที่ 40–80 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสะสมในแหล่งกักเก็บใต้ดินลึกคาดการณ์อยู่ที่ 70–145 องศาเซลเซียส

⚙️ 3. เกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Datasets & Ranking)ผู้วิจัยได้ระบุตัวชี้วัดและจัดอันดับคะแนนความน่าเชื่อถือของชุดข้อมูลแต่ละประเภทจากคะแนน 1 (ต่ำสุด) ถึง 5 (สูงสุด) ในการชี้วัดความร้อนและความซึมผ่าน:ด้านการชี้วัดความร้อนใต้ดิน (Evidence of Heat Anomaly)ข้อมูลน้ำพุร้อน (อุณหภูมิผิวและแหล่งกักเก็บ) [คะแนน 5]: บ่งชี้การหมุนเวียนความร้อนใต้เปลือกโลกได้ดีที่สุดแผนที่ธรณีวิทยา [คะแนน 4]: ระบุตำแหน่งหินแกรนิตและค่าการนำความร้อนของหินแต่ละชนิดข้อมูลแรงโน้มถ่วงดาวเทียม [คะแนน 3]: ระบุตำแหน่งหินร้อนหรือมวลหินแกรนิตที่มีการสลายตัวทางรังสีใต้ดินข้อมูลแม่เหล็กทางอากาศ [คะแนน 3]: คำนวณความลึก Curie Point, อัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความลึก และการไหลของความร้อนด้านการชี้วัดความซึมผ่าน/ช่องทางน้ำไหล (Evidence of Permeability)ข้อมูลแรงโน้มถ่วงดาวเทียม [คะแนน 5]: ค่าแรงโน้มถ่วงต่ำบ่งชี้ถึงพื้นที่ที่มีความซึมผ่านสูงในโครงสร้างลึกแผนที่ธรณีวิทยา (รอยเลื่อนและรอยแตกผิวดิน) [คะแนน 4]: บ่งชี้แนวช่องทางหลักที่น้ำจะไหลผ่านตำแหน่งของน้ำพุร้อน [คะแนน 3]: พิสูจน์ว่ามีช่องทางที่น้ำสามารถไหลจากใต้ดินขึ้นสู่ผิวดินได้จริงข้อมูลแม่เหล็กทางอากาศ [คะแนน 2]: แสดงโครงสร้างรอยแตกแนวเส้นระดับตื้นถึงปานกลางข้อมูลแผ่นดินไหว [คะแนน 1]: บ่งชี้รอยเลื่อนมีพลังที่เปลือกโลกยังเปราะบาง แต่อดีตภาคใต้มีบันทึกแผ่นดินไหวน้อยมาก

📊 4. ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Result and Discussion)กลไกความร้อน: แหล่งความร้อนใต้ดินส่วนหนึ่งเกิดจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีตามธรรมชาติในมวลหินแกรนิตลึก (Radio-active decayed granitic body) ประกอบกับหินทรายและหินแปรในชั้นฐานมีความสามารถในการนำความร้อนสูง จึงส่งผ่านพลังงานขึ้นมายังน้ำบาดาลได้ดีกลไกความซึมผ่าน: แหล่งน้ำพุร้อนส่วนใหญ่จะผุดขึ้นมาตรงจุดที่มีค่าความผิดปกติของแรงโน้มถ่วงต่ำ (Low gravity anomalies) ซึ่งเป็นตัวแทนของแอ่งตะกอน หรือโซนรอยเลื่อนลึกที่หินมีความหนาแน่นต่ำและมีรอยแตกจำนวนมากการประเมินแหล่งกักเก็บ: ผู้วิจัยระบุว่าน้ำร้อนบางส่วนที่ไม่สามารถหาทางผุดขึ้นมาบนผิวดินได้เนื่องจากขาดช่องทางหรือแรงดัน จะกักเก็บตัวอยู่กลายเป็น "แหล่งกักเก็บความร้อนใต้พิภพศักยภาพสูงที่ยังไม่ถูกค้นพบ" (Undiscovered reservoirs) ซึ่งมักจะอยู่บริเวณใกล้เคียงกับแนวบ่อน้ำพุร้อนเดิม

🚀 5. แผนการดำเนินงานในอนาคต (Further Study)เนื่องจากงานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับภูมิภาค แผนขั้นต่อไปที่เสนอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ:การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์เฉพาะจุด: ใช้การสำรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetotelluric - MT) และวัดค่าแรงโน้มถ่วงในพื้นที่เป้าหมายโดยตรงการเจาะหลุมสำรวจอุณหภูมิ: เจาะหลุมวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความลึก (Temperature-gradient well) เพื่อพิสูจน์ปริมาณพลังงานปัจจัยทางเศรษฐกิจ: ต้องนำปัจจัยความต้องการใช้ไฟฟ้าและพลังงานในเขตเมืองและชนบทของแต่ละพื้นที่มาคำนวณ เพื่อให้คุ้มทุนในเชิงพาณิชย์มากที่สุด

8 Geothermal 1

 จากรายงานสรุปสำคัญจากเอกสารงานวิจัย Geothermal ภาคใต้ไทยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปี คศ.2023

แนวทางสรุปเพื่อเสนอผู้ลงทุน (Investor Pitch Deck) 

จาก รายงานสรุปและถอดความข้อมูลสำคัญจากเอกสารงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปี คศ.2023 Stanford University ,California USA จากWebsite ที่ปรากฏ  ในเรื่อง "การวิเคราะห์แนวโน้มศักยภาพทรัพยากรพลังงานความร้อนใต้พิภพ จีโอเทมอล เบื้องต้นในภาคใต้ของประเทศไทย" Preliminary Play Fairway Analysis of จีโอเทมอล Resources in Southern Thailand  โดยสรุปเนื้อหาเชิงลึกแยกตามหัวข้อดังนี้

ลำดับที่ 1: Executive Summary (ศักยภาพที่งานวิจัยรองรับ)Core Data: ภาคใต้ของไทยมีพื้นที่ศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาด 70,000 ตารางกิโลเมตร  รองรับด้วยดัชนี Play Fairway Analysis (PFA) ระดับ สากล  Asset Count: พบแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ Hot Springs 31 แห่ง อุณหภูมิแหล่งกักเก็บใต้ดินลึกสูงถึง 70°C ถึง 145°C (เกณฑ์พลังงานระดับปานกลาง / Medium เอนทอลพี ซึ่งเพียงพอต่อการนำไปขับเคลื่อนธุรกิจGeological Driver: ความร้อนถูกส่งผ่านหินแกรนิตลึกและ เคลื่อนที่  Conduct ขึ้นมาตามแนว รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อน คลองมะรุ่ย ทำให้น้ำร้อนเข้าสู่ระดับตื้น ขุดเจาะได้ง่าย

ลำดับที่ 2: Strategic Top 4 จังหวัด 4 ทำเลทองเรือธงของโครงการจากดัชนีชี้วัดความร้อน Heat Anomaly และช่องทางน้ำไหล Permeability งานวิจัยคัดเลือกพื้นที่ที่ดีที่สุด 4 แห่ง ดังนี้   1 ระนอง: ศักยภาพสูงสุด บ่อน้ำแร่ธรรมชาติมีความหนาแน่นและอุณหภูมิผิวดินสูง 2 พังงา: เหมาะกับการทำ Luxury Wellness เชื่อมต่อโครงข่ายท่องเที่ยวอันดามัน 3. สุราษฎร์ธานี: ศูนย์กลางคมนาคมภาคใต้ รองรับโครงการขนาดใหญ่ 4.ยะลา: แหล่งความร้อนในเขตภาคใต้ตอนล่าง

 

ลำดับที่ 3: Business Model and Risk Mitigation (การเพิ่มกำไรและลดความเสี่ยง) De-risking Exploration: งานวิจัยฉบับนี้ใช้ข้อมูลดาวเทียมแรงโน้มถ่วง (Satellite Gravity) และแม่เหล็กทางอากาศ (Airborne Magnetic) ช่วยประเมินจุดตั้งรับล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากการเจาะหลุมวืด (Drilling Risk) ได้มากกว่า 50%Cascade Use Strategy: นำเสนอโมเดลทำกำไรหลายต่อจากน้ำร้อนชุดเดียวPrimary: รีสอร์ตออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์ (Private Onsen) และศูนย์สปาบำบัดรักษาสุขภาพ (Wellness Hub)Secondary: การประหยัดพลังงานในอาคาร และการเกษตรกรีนเฮ้าส์อัจฉริยะภายในโครงการเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสาย ESG (Environmental, Social, และ Governance)

ลำดับที่ 4:  ดึงดูดนักลงทุนสาย ESG ด้วยโมเดลที่ยั่งยืน ESG Investment Appeal

ทำไมโครงการนี้ตอบโจทย์ ESG?

1.พลังงานสะอาด: ใช้ความร้อนจากธรรมชาติโดยตรง ไม่มีการเผาไหม้ เชื้อเพลิงฟอสซิล

2. เกษตรอัจฉริยะ : Greenhouse ใช้ความร้อนใต้ดินควบคุมอุณหภูมิ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

3. ชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น : สร้างงานและรายได้ในจังหวัดภาคใต้ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

 

ลำดับที่ 5:  ข้อได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก 

1.) มีข้อมูลวิจัยรองรับ Play Fairway Analysis ระดับสากล + ข้อมูลดาวเทียม Gravity & Magnetic ที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว

2.) จากข้อมูลแหล่งความร้อนตื้น รอยเลื่อนระนองและคลองมะรุ่ยทำให้น้ำร้อนอยู่ตื้น ลดต้นทุนการเจาะเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น 3.) สามารถสร้างทำเลท่องเที่ยวระดับโลก ภาคใต้คือจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สร้าง Demand ธรรมชาติสำหรับ Wellness Tourism

4.) ที่สำคัญมีโมเดล Cascade Use รายได้หลายชั้นจากทรัพยากรชุดเดียวโดย เพิ่ม IRR หรือ Internal Rate of Return คือ อัตราผลตอบแทนภายในที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยเป็นจุดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ของกระแสเงินสดทั้งหมดมีค่าเป็นศูนย์ ประเมินได้ง่ายๆ ว่า หากค่า IRR มากกว่าต้นทุนทางการเงินหรืออัตราผลตอบแทนที่ต้องการ การลงทุนนั้นจะถือว่าคุ้มค่า  และลด Payback Period

 

ลำดับที่ 6:  เส้นทางสู่การลงทุน: ขั้นตอนถัดไป

1.) Site Visit & Due Diligence เยี่ยมชมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 4 จังหวัด พร้อมนำเสนอข้อมูลวิจัยฉบับเต็ม

2.) Feasibility Study Joint Review ทบทวนรายงานความเป็นไปได้ร่วมกัน รวมถึงแบบจำลองทางการเงินและ Sensitivity Analysis

3.) Term Sheet & Partnership Structure เจรจาโครงสร้างการร่วมลงทุนและจัดทำ Term Sheet สำหรับโครงการนำร่องที่ระนอง

4.) Pilot Drilling & Development เริ่มเจาะหลุมสำรวจแรก พร้อมแผนพัฒนาเฟส 1 ภายใน 18 เดือน

ข้อความส่งท้าย Vicharn Group มีนักธรณีวิทยา และ นักธรณีวิทยาด้านความร้อนใต้พิภพ Geothermal พร้อมให้คำแนะนำ และ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทุนทุกท่าน 

 

Geo VS Sollar

9.) ตารารางเปรียบเทียบ ของ ไฟฟ้า จาก Geothermal และ Solar Farm เมื่อเทียบจาก ขนาดกำลังไฟที่ต้องผลิต เช่น 50 MW จะต้อง 1.) ลงทุนอะไรบ้าง 2.) พื้นที่ และ 3.) ประหยัด ค่าไฟฟ้าของการไฟ้ฟ้า ได้เท่าไร"

เพื่อให้ตัวแทนผู้ลงทุนเห็นภาพ ความเป็นไปได้ทางการเงิน (Financial Feasibility) ชัดเจนที่สุด

นี่คือตารางเปรียบเทียบที่ระบุ "ต้นทุนโดยประมาณ (Estimated Cost)" ทั้งงบลงทุนเริ่มต้น (CAPEX) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ของทั้งสองระบบที่ขนาด 50 MW เท่ากัน อ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงานโลกและต้นทุนการเจาะในไทยปัจจุบันครับ

 

📊 ตารางเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทน Geothermal vs Solar Farm (ขนาด 50 MW)

(หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าประมาณการเฉลี่ยเพื่อการวางแผนระดับยุทธศาสตร์)

หัวข้อการเปรียบเทียบ       /   🌋 โรงไฟฟ้า Geothermal (50 MW)   /  ☀️ โรงไฟฟ้า Solar Farm (50 MW)

 

1. งบลงทุนเริ่มต้นโดยประมาณ (Total CAPEX Estimation)   /  💰 ~7,000 ล้าน - 8,500 ล้านบาท  (ประมาณ 140-170 ล้านบาท ต่อ 1 MW)   /   💰 ~2,200 ล้าน - 3,200 ล้านบาท  (รวมระบบแบตเตอรี่ BESS ขนาดกลางแล้ว)

 

• สัดส่วนการลงทุนย่อย  /  • ค่าสำรวจและเจาะหลุมลึก: ~45% • ค่าเครื่องจักร/สถานีไฟฟ้า: ~40% • ค่าระบบท่อและที่ดิน: ~15%

  /  • ค่าแผงและอินเวอร์เตอร์: ~50%  / • ค่าระบบแบตเตอรี่ (BESS): ~25%   / • ค่าโครงสร้างและที่ดิน: ~25%

 

2. พื้นที่และต้นทุนที่ดิน    /   🌲 ใช้ 50 - 150 ไร่  • ต้นทุนค่าที่ดิน: ~50 ล้านบาท (เหลือที่ดินไปขายโครงการอื่นได้อีกมาก)  / 🌾 ใช้ 500 - 750 ไร่  • ต้นทุนค่าที่ดิน: ~250 ล้านบาท (ใช้พื้นที่ผิวดินกว้างมากในการวางแผง) 

 

3. ค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (Annual OPEX)   / 🔧 ~120 ล้าน - 150 ล้านบาท ต่อ ปี (รวมค่าเฝ้าระวังแรงดันและหลุมเจาะ)   / 🧹 ~40 ล้าน - 60 ล้านบาท  ต่อ ปี (เน้นค่าล้างแแผง และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามรอบ)

 

4. พลังงานที่ผลิตได้จริงต่อปี  /  📈 ~416 ล้านหน่วย (kWh) ต่อ  ปี / 📉 ~87 ล้านหน่วย (kWh) ต่อ ปี

 

5. รายได้สุทธิ ต่อ มูลค่าประหยัด   /   💵 ~1,872 ล้านบาท ต่อ  ปี  / 💵 ~391 ล้านบาท ต่อ ปี

 

 

⏱️ ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (Estimated Payback Period)  /   🔋 ~4.5 - 5.5 ปี  (แม้ลงทุนสูงกว่า แต่ผลิตไฟได้มากกว่า 4.7 เท่า จึงเก็บรายได้ได้เร็วกว่าและเสถียรกว่า)   /  ☀️ ~6.5 - 8 ปี  (ลงทุนต่ำกว่า แต่ผลิตไฟได้เฉพาะช่วงกลางวัน รายได้จึงโตแบบจำกัด)

 

 

💡 บทวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อปิดการขายกับตัวแทนผู้ลงทุน (Financial Executive Pitch)

  1. ทำไม Geothermal ถึงน่าลงทุนกว่า แม้ CAPEX จะสูงกว่า 3 เท่า?

    • ถ้าดูแค่เงินลงทุนเริ่มแรก Solar Farm จะดูประหยัดกว่ามาก แต่หากพิจารณาที่ "ประสิทธิภาพการผลิตเงิน" โรงไฟฟ้า Geothermal จะสร้างรายได้กลับคืนมาปีละเกือบ 1,872 ล้านบาท ทำให้สามารถดึงทุนคืนกลับมาได้ทั้งหมดภายในเวลาเพียง ~5 ปี หลังจากนั้นปีที่ 6 เป็นต้นไป จะกลายเป็นกำไรสุทธิก้อนยักษ์ (Pure Profit) จ่ายเข้าโครงการต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี

  2. มิติความเสี่ยงของแบตเตอรี่ (Battery Replacement Risk)

    • ระบบ Solar Farm ที่จะจ่ายไฟนิ่ง ๆ ให้มาสเตอร์แพลน 20,000 ไร่ และ AI Data Center ได้ จำเป็นต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ ซึ่งแบตเตอรี่เหล่านั้นจะมีอายุการใช้งานสั้น (ต้องเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 7-10 ปี) ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงในส่วนของ OPEX ในอนาคต ต่างจาก Geothermal ที่ใช้พลังงานความร้อนถาวรจากโครงสร้างเปลือกโลกโดยตรง ไม่มีวันเสื่อมสภาพ

  3. มูลค่าเพิ่มจากคาร์บอนเครดิต (Premium Carbon Credit Value)

    • เนื่องจาก Geothermal ผลิตพลังงานได้ในปริมาณที่มากกว่าเกือบ 5 เท่าในพื้นที่ที่จำกัด โครงการนี้จะได้รับ Carbon Credit ในสัดส่วนที่สูงกว่ามหาศาล ซึ่งสามารถนำไปขายทำกำไรให้แก่บริษัทข้ามชาติในตลาดโลกเพื่อเพิ่มอัตรา ROI ให้ผู้ร่วมทุนได้อีกหนึ่งช่องทางครับ

8 Ref Clips

1.) คลิป รวมน้ำพุในไทย 21 คลิป

2.) ไขความลับญี่ปุ่นทำไง ทางระบายน้ำใสจนปลาคาร์ปอยู่ได้ การบำบัดน้ำเสีย เที่ยวญี่ป่นต้องรู้ Japan Water รวม 3 คลิป

3.) ปลาที่จะคัดเลือกมาเลี้ยงในโครงการ Maldives รวม 10 คลิป

© 2024 by The SUN Academy(TSA)

 Powered and secured by Wix

  • Facebook
bottom of page